

“เขียว” เขียวจะเป็นเขียวไม่ได้ถ้าปราศจาก “เหลือง” และ “น้ำเงิน” ถ้าสีเหลืองเปรียบเสมือนแสงตะวันที่สาดทอลงมาสู่สรรพสิ่งทั้งหลาย
ทำให้เกิดชีวาแห่งวัฎจักรการดำรงอยู่ และสีน้ำเงินเปรียบดังชีวิตที่รื่นไหลวนเวียนเป็นสายน้ำที่เย็นฉ่ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตให้ดำเนิน
ไปหมุนเวียนตามระลอกคลื่นแห่งกาลเวลาเป็นลำน้ำแห่งการปรุง ชีวิต จิต วิญญาณ ทั้งสองธาตุสีจึงเป็นสีที่แทนธาตุแห่งความอบอุ่น
ที่สร้างพลังให้บังเกิดและธาตุแห่งการหมุนเวียนหล่อเลี้ยงชีวิตให้คงอยู่ เกิดเป็น อาทร อาวรณ์ แห่งจิต กำเนิดแห่ง ”สีเขียว”
ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความงามของพืชพรรณแห่งชีวิต จนหล่อหลอม ชงตัวเข้าอาศัยอย่างนุ่มนวล ประนีประนอม และเคารพไว้ซึ่งธรรมชาติ
คงเฉกเช่นกับการปรุงงานสถาปัตยกรรม จะแทรกตัวเข้ามาได้นั้นต้องอาศัย ความอ่อนน้อมต่อเทศะ ไหลไปตามกาละ
ก่อเกิดเป็น “สถาปัตยกรรมสีเขียว”... “สถาปัตยกรรมแห่งชีวิต”
“สถาปัตยกรรมแห่งชีวิต”…ยืนอยู่ด้วยตนเอง…ยืนยาวจากอดีต…อยู่คู่ปัจจุบัน…สัมพันธ์ถึงอนาคต
การผสมผสานเรื่องราวแห่งการรังสรรค์ของธรรมชาติ กับความก้าวล้ำของเทคโนโลยี เข้ามาร้อยเรียง ถักทอ
เพื่อสรรค์สร้างงานสถาปัตยกรรม เกิดบทกวีแห่งความเอื้ออาทร อาวรณ์หมุนเวียนเป็นวัฎจักรแห่งชีวิต (WHEEL OF LIFT) จิต (PSYCHE) วิญญาณ (SOUL)
ชีวิตที่ผันแปลไหลไปตามกระแสแห่งกาละ…เปลี่ยนแปลงตามเทศะ…และผกผันตามปรากฏการณ์แห่งโลก จากนี้สถาปัตยกรรมแห่งชีวิตจะอยู่อย่างยั่งยืนและ
ฉายรูปธรรมแห่งการปรุงจิตเพื่อ สร้าง+สรรค์ ความงามให้บังเกิดต่อสายตามนุษยชาติ ก่อเกิดระบบและวัฎจักรแห่งงานสถาปัตยกรรม
จนเป็นจุดริเริ่มแห่งแนวความคิดสถาปัตยกรรมยั่งยืน
* อ้างอิง http://www.baandin.org/web/index.php?option=com_content&task=view&id=101&Itemid=64

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น